เมื่อคืนนี้ข้าพเจ้าได้ไปกราบหลวงปู่มา โล๊กเซี่ยก็ไปด้วย (ถ้าไปคนเดียวไม่มีโอกาสได้สนทนากับหลวงปู่ถึงดึก) ก่อนกลับข้าพเจ้าถามหลวงปู่ว่า หลวงปู่คะ รูปงูหน้าวัดที่มีคนเอามาแขวนคือ งูอะไรเหร๋อคะ หลวงปู่บอกว่า อ๋อ งูตัวนี้มาช่วยเฝ้าถ้ำให้หลวงปู่ ตอนนั้นหลวงปู่อยู่ในถ้ำ วันที่หลวงปู่จะไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช หลวงปู่ก็บอกเจ้าที่เจ้าทางให้ช่วยเฝ้าถ้ำให้หลวงปู่หน่อยจะเดินทางเข้ากรุงเทพ ก่อนหลวงปู่จะไปมีงูใหญ่เลื้อยมาจากไหนไม่รู้ แล้วมานอนขดอยู่ที่ปากถ้ำ แล้วหลวงปู่ก็เดินทางไปกราบพระสังฆราช

หลวงปู่เล่าว่าตอนไม่อยู่ ไม่มีใครเข้าไปในถ้ำได้เลย เจ้างูนอนขวางอยู่ตลอดเวลา พอหลวงปู่กลับมา กำลัเดินมาที่ถ้ำ เจ้างูตัวนี้เลื้อยหนีไปเลย หลวงปู่บอกว่า งูตัวนี้แปลกอย่าง เค้าจะไม่ให้เราเห็นหัวเลย ไม่มีใครเห็นหัวงูตัวนี้ เห็นแต่เลี้อยไปมา ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ แต่พอลาหลวงปู่กลับบ้าน ข้าพเจ้ามาคุยกับโล๊กเซี่ยว่า คุณเคยเห็นงูตัวนี้หรือเปล่า โล๊กเซี่ยตอบว่า เคย ทุกคนที่ไปที่ถ้ำจะเจองูตัวนี้ งูตัวนี้มีลักษณะแปลกอย่างนึงคือ ที่หาง จะแบนๆ คล้ายๆ ฝ่ามือคน ไม่ใช่กลมๆ เหมือนงูทั่วไป แล้วไม่มีใครเห็นหัวเจ้างูตัวนี้ได้เลย จะเลื้อยไปมา

ข้าพเจ้าก็ถามว่า หรือว่า เป็นพญานาคหล่ะ โล๊กเซี่ยตอบว่า ตอนที่อยู่ถ้ำหลวงปู่เคยบอกโล๊กเซี่ยแล้วว่านี่เป็นพญานาคจริงๆ งูที่เราเห็นอยู่ จริงๆ เค้าตัวใหญ่กว่านี้มากนะ แต่เค้าแปลงมา ลดย่อขนาดมา ไม่ให้ผู้คนตกใจ อิอิ ข้าพเจ้าเลยบอกว่า อ๋อๆ แล้วข้าพเจ้าถามว่ารูปได้มาอย่างไร ก็ได้คำตอบว่า ตอนหลวงปู่กลับมาจากไปเข้าเฝ้าพระสังฆราช อังได้ถ่ายรูปนี้ไว้ แล้วเอามาอัด เอามาขยายแล้วเก็บไว้ที่วัด

ถ้ำที่หลวงปู่เคยอยู่ พี่หมวยบอกว่า ตอนนี้ถ้ำปิดแล้ว ไม่มีใครไปอยู่ได้เลย บางทีไปเจองูตัวใหญ่มาก สีขาวทั้งตัวหรือบางทีสีดำทั้งตัว อยู่ในถ้ำ บางคนเข้าไปเคยเจอแล้ววิ่งออกมาไม่ทัน เค้าบอกว่า ตัวใหญ่เรียกว่าแทบจะเต็มถ้ำเลย

แม่ชีลัดดา ที่เคยไปปฏิบัติกับหลวงปู่ก็เล่าว่า ตอนที่แม่ชีนั่งสมาธิในถ้ำ ก็มีงูใหญ่มา แล้วมานอนมองแม่ชีนั่งสมาธิแม่ชีกลัวมาก หลวงปู่เลยบอกเจ้างูให้ออกไป เค้าก็เชื่อโดยดีนะ โดยมีคนเอาไฟฉายนำทางออก เจ้างูเค้าก็เลื้อยออกไปตามแสงไฟฉาย

 

ปล.เมื่อคืนหลวงปู่เล่าว่า สองวันก่อนมีคนนิมนต์ไปบ้าน มีวิญญาณปู่ย่าตายาย ตามหลวงปู่มาที่วัด หลวงปู่
ต้องแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลไปให้ คนที่นี่ไม่รู้จักทำ วิญญาณปู่ย่าตายายลำบากมาก