มีช่วงหนึ่งหลวงปู่ท่านไม่สบายมาก พอสวดมนต์ท่านก็จะเจ็บคอและไอ จนปวดร้าวไปทั้งกระโหลก (ท่านบอกอย่างนั้น) ทีนี้ญาติโยมที่มาหาท่าน เอายาขนานดีมากๆ มาถวายท่านก็ไม่ยอมฉัน จะพาไปหาหมอท่านก็ไม่ไป จนในที่สุดท่านต้องงดรับกิจนิมนต์ช่วงหนึ่ง และไปพักรักษาตัวอยู่ที่ปีนัง

ท่าน เข้าไปพักอยู่ในห้องห้องหนึ่ง (ปกติท่านจะไม่มีห้องส่วนตัว มีอาสนะผืนเดียว) แล้วท่านสั่งทุกคนว่า ห้ามเข้ามาเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นอะไร แต่คนที่ดูแลหลวงปู่ที่ปีนังก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เปิดเข้าไปดูบ่อยๆ จนเพื่อนโทรมาบอกว่า หลวงปู่ไม่ยอมไปหาหมอ และไม่ยอมฉันยาเลย เพื่อนเลยถามหลวงปู่ว่า มียาชนิดหนึ่งหลวงปู่ให้เค้าตอนอยู่ที่ถ้ำกระแชง (เป็นยาที่อาจารย์ของหลวงปู่ให้มา) ถามท่านว่าจะเอาไหม? หลวงปู่ยอมรับที่จะฉันยาอันนั้น แต่ยาอยู่กับเพื่อน เพื่อนอยู่ kl ส่วนตอนนั้นหลวงปู่อยู่ปีนัง เพื่อนเลยโทรมาถามข้าพเจ้าว่าคุณช่วยขับรถเอายาไปให้หลวงปู่ได้ไหม (ปีนัง-KL ขับรถประมาณ 4-5 ชั่วโมงได้) เพื่อนบอกว่าชั้นไม่ว่างเลย ข้าพเจ้าก็เลยอาสาเพื่อนเอายาไปให้หลวงปู่ที่ปีนัง เลยลางานไปวันรุ่งขึ้น

พอ ขับไปถึงปีนัง เห็นหลวงปู่ท่านไม่สบายอยู่ในห้อง นั่งอยู่บนเก้าอี้ คนที่เฝ้าบอกว่า หลวงปู่สั่งไม่ให้ใครเข้าไป ข้าพเจ้าเลยบอกว่า ข้าพเจ้าเอายาที่หลวงปู่ต้องการมาด้วย หลวงปู่ท่านอนุญาตแล้ว อย่างนั้นขอเข้าไปถวายแล้วก็จะออกมา พอเอายาเข้าไปถวายบอกหลวงปู่ว่า นี่ยาคือยาที่หลวงปู่ต้องการ หลวงปู่ฉันเสียนะจะได้หายไวๆ ท่านบอกว่าเอาวางไว้ตรงนั้น แล้วฝากบอกคนด้วยว่าไม่ต้องเข้ามากวนหลวงปู่ หลวงปู่จะเข้าสมาธิอยู่รักษาตัวสักอาทิตย์

ไอ้ เราก็ออกไปบอกลูกศิษย์ลูกหาข้างนอก แต่ความที่ทุกคนเป็นห่วงหลวงปู่ว่า ท่านไม่ได้ฉันอะไร ท่านจะเป็นอย่างไร คนแก่ที่เฝ้าหลวงปู่เปิดเข้าไปดูทุกๆ ชั่วโมง

ข้าพเจ้ายังคิดเลยว่า จริงๆ เพราะความหวังดี ความห่วงใยหลวงปู่ อาจทำให้เค้าบาปก็ได้ เพราะหลวงปู่สั่งว่าไม่ให้ใครมายุ่งเด็ดขาดหลวงปู่จะเข้าสมาธิ เมื่อข้าพเจ้าเอายาให้หลวงปู่เสร็จก็ขับรถกลับมา kl ไม่ทราบเลยว่าหลวงปู่ฉันยาที่เอาไปให้หรือเปล่า แต่เท่าที่รู้คนที่นั่นเข้าไปหาหลวงปู่บ่อยๆ หลวงปู่คงไม่ได้เข้าสมาธิ อยากที่คิดไว้ แต่หลังจากนั้นหลวงปู่ก็หายจากอาการนั้นๆ.