หลวงปู่คอยดูแลลูกศิษย์ตลอด


ช่วง เข้าพรรษาปีหนึ่ง หลายปีผ่านมาแล้ว ปีนั้นมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด ก็เลยคิดไปว่า ไปปวารณาตัวกับหลวงปู่ดีกว่า ว่าแล้วก็เตรียมดอกไม้ ไปกราบท่านก่อนเข้าพรรษา บอกท่านว่า เข้าพรรษาปีนี้จะปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดมาก มาปวารณากับหลวงปู่นะ ท่านก็โอเค

ช่วงเข้าพรรษาปีนั้น ปฎิบัติธรรมเคร่งมาก เช้ามาตืนมาตีสี่ ตีห้า มาเดินจงกรม นั่งสมาธิ แล้วก็ไปทำงาน พอตกเย็นก็รีบกลับมาบ้าน มาฟังธรรม เดินจงกรม นั่งสมาธิ มาเรื่อยๆ เออลืมบอกไปตอนนั้นตัวเองทำอยู่ที่ KL และตอนนั้นหลวงปู่ท่านจำพรรษาอยู่ที่ปีนัง วัดที่ท่านสร้างที่ปีนัง BM (Bukit Mertajam) บูกิตเมอร์ตาแจม (บูกิต ภาษามาเลย์แปลว่า ภูเขา)

ทีนี้ในระหว่างช่วงเข้าพรรษา มีอยู่วันหนึ่งทำงานกลับดึก ประมาณสี่ทุ่มได้ แล้วพอกลับมาแล้วเหนื่อยมาก เลยล้มตัวลงนอน (นอนกับพื้นห้อง) กะว่าเดี๋ยวจะลุกมาอาบน้ำและไปเดินจงกรม ทีนี้เรื่องของเรื่องคือ

…มัน เผลอหลับไป หลับไปได้พัก มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เฮ้ย…!!! นี่มัน ring tone ของหลวงปู่นี่หน่า หลวงปู่โทรมาทำไมเนี่ยะดึกแล้ว ปกติท่านจะไม่เคยโทรมาเลย พอตื่นมารับโทรศัพท์ ได้ยินเสียงหลวงปู่เหมือนกำลังพึ่งจะออกจากสมาธิลึก (เสียงท่านจะผิดจากปกติจากเสียงธรรมดา จะเสียงทุ้มๆ ดุๆ หน่อย) หลวงปู่ถามว่า “ทำอะไรอยู่” ก็เลยอ้ำๆ อึ้งๆ บอกแบบเลี่ยงๆ ไปว่า นอน ประมาณนี้ แหะๆ… เท่านั้นแหล่ะ ท่านบอกว่า “ทำไมไม่ทำสมาธิ มาทำสมาธิได้แล้ว” แค่นี้แล้วท่านก็วางหูไป

โอ๊ย … เหมือนถูกตีกลางหัวแรงๆ ตายหล่ะตู หลวงปู่รู้ได้อย่างไรหว่า…. ทั้งๆ ที่ทุกวันไม่เคยขาดตกบกพร่องเลย ถึงแม้เช้าๆ จะตื่นไม่ค่อยไหวแต่ก็พยายามตื่นแต่ ตีสี่ ตีห้าทุกวัน

เท่านั้นแหล่ะ รีบลุกไปอาบน้ำ มาปฏิบัติธรรมต่อเลย

มาจนถึงทุกวันนี้ยังงง มากจริงๆ