วัน หนึ่งรถโดนทุบ เผอิญลืมกระเป๋าไว้หลังรถโดยไม่ได้ตั้งใจ โจรคงเห็นคงคิดว่ามีของมีค่าข้างใน (ข้างในมีฮาร์ดดิสก์ สมุดธนาคาร และ พวกสายต่อคอมพิวเตอร์อะไรต่างๆ) และกระเป๋า

เสียดาย ที่สุดคือ ฮาร์ดดิสก์ ไอ้เราอุตส่าห์แยกออกจากกระเป๋าโน๊ตบุ๊ค เพื่อเวลาหายจะได้ไม่หายสองอัน เฮ่อ ในนั้นมีทั้งรูปอะไรเยอะมาก (รูปถ่ายติดอะไรแปลกๆ ก็เยอะ) แถมยังมีไฟล์ที่อัดเสียงคนที่โดนผีญี่ปุ่นเข้า (วันหลังค่อยมาเล่า) เอาไฟล์เสียงนี้ไปให้เพื่อนญี่ปุ่นฟัง เพื่อนถามว่า เฮ้ย ยูไปเอามาจากไหน นี่มันภาษาญี่ปุ่นโบราณ ไม่ค่อยมีคนจะได้ยินกันเยอะนักหรอก แล้วก็มีไฟล์อะไรอีกหลายๆ อย่าง ชอบถ่ายรูปเลยเก็บรูปไว้เยอะเหมือนกัน

ตอน นั้นรู้สึกเสียดายมาก แต่ในใจก็คิดไปว่า เอ่ เราจะไปทุกข์กับมันทำไมหว่า… จริงๆ ของมันอยู่ที่ของมันนี่แหล่ะ พอมันอยู่ตรงหน้าเราเราก็ไม่ทุกข์ พอมันเปลี่ยนที่ไปอีกที่ ความปรุงแต่งของเราก็ทำให้เราทุกข์ (หาว่ามันหายไป แต่มันแค่เปลี่ยนสถานที่เอง)

ตอน นั้นย้ายกลับมาเมืองไทยแล้ว แต่หลวงปู่ท่านยังอยู่มาเลย์ อยู่ๆ หลวงปู่ก็โทรมาหา แล้วถามว่า สบายดีไหม? บอกท่านว่า ไม่ค่อยสบาย ทำของหาย หลวงปู่ถามว่าอะไร บอกท่านว่าฮาร์ดดิสก์ที่เก็บพวกรูป พวกอะไรต่างๆ ที่ต่อกับคอมพิวเตอร์ประมาณนี้ หลวงปู่ถามว่า แล้วเราทุกข์ไหม ตอบท่านว่าแรกๆ ก็ทุกข์ แต่พอคิดได้บอกว่า จริงๆ มันแค่เปลี่ยนที่ของมัน เราก็ทุกข์ไปเองเพราะความปรุงแต่งของเราเอง ท่านก็เลยบอกว่า เออดีแล้วแหล่ะ แต่บอกท่านว่าเสียดายรูป เสียดายของที่อยู่ในนั้น ท่านบอกว่า ก็ถ่ายใหม่ หาใหม่ ก็เลยทำใจได้…

..พอ..ใจ รู้สึกว่าธรรมดาแล้ว อยู่ดีๆ ท่านก็มาถามว่า ถ้าหลวงปู่หาคืนมาให้ได้จะเอาไหม? ไอ้เราลิงโลดเลย บอกว่าได้ก็ดีหลวงปู่ (อิอิ แอบดีใจอยู่ข้างใน) หารู้ไม่ว่าท่านมาลองใจ หลวงปู่บอกว่า อือ หลวงปู่อนุโมทนานะ เราตัดอุปาทานได้เกือบหมด ยังติดอุปาทานอย่างละเอียดอยู่ บอกตรงๆ ว่าตอนนั้นก็งงๆ ว่า มันแปลว่าอะไรหว่า….!!! แต่ตอนนี้คิดว่าเข้าใจตรงนั้นแล้ว

ตอน นั้นรู้สึกดีใจสุดชีวิตเลย รู้สึกประมาณว่า จิตวิญญาณเรายังมีพี่เลี้ยง ไม่ได้ถูกทอดทิ้งโดดเดี่ยว ประมาณนั้ัน รู้สึกซาบซึ้งมากที่หลวงปู่ท่านยังห่วงใย โทรมาถามจากทางไกล…